มหาวิทยาลัยสงฆ์  มหานิกาย

"เสียงจากพระธรรมทูต"

โดย

พระมหาทองสมุทร      ธมฺมาทโร

สมัชชาสงฆ์ไทย
พระธรรมทูต รุ่นที่ ๑
พระธรรมทูต รุ่นที่ ๒
พระธรรมทูต รุ่นที่ ๓
พระธรรมทูต รุ่นที่ ๔
พระธรรมทูต รุ่นที่ ๕
พระธรรมทูต รุ่นที่ ๖
พระธรรมทูต รุ่นที่ ๗
พระธรรมทูต รุ่นที่ ๘
พระธรรมทูต รุ่นที่ ๙
พระธรรมทูต รุ่นที่ ๑๐
พระธรรมทูต รุ่นที่ ๑๑
พระธรรมทูต รุ่นที่ ๑๒
พระธรรมทูต รุ่นที่ ๑๓
เว็บเพื่อนๆ
เว็บรุ่นพี่
เว็บพระมหาทองคูณ
เว็บพระมหามนตรี
เว็บพระมหาปิยะ
เว็บรุ่น ๔
เว็บรุ่น ๕
เว็บรุ่น ๖
ว็บรุ่น ๙
เว็บรุ่น ๑๑
เว็บรุ่น ๑๓
เว็บพระปลัดวุฒิชัย

 

 


    
     ข้าพเจ้า มีความดีใจมากที่ ได้รับเลือกเป็นพระธรรมทูต สายต่างประเทศ ซึ่งเป็นการได้รับหน้าที่อันเป็นเกียรติอย่างยิ่ง จากคณะสงฆ์ไทย ให้มาทำหน้า ที่เผยแผ่ศาสนายังต่างแดน

      กว่าจะผ่านขั้นตอนการคัดเลือกให้เป็นผู้ที่มาทำหน้าที่ตรงนี้นั้น ต้องมีการเลือกเฟ้นกันอย่างหนัก ต้องไปอบรมทั้ง ภาคก่อสร้าง ภาควิปัสสนา และภาควิชาการกันเป็นเวลานาน เกือบสามเดือน

      วันสิ้นสุดการอบรม และรู้ว่าตัวเองผ่านการทดสอบแล้วนั้น เป็นวันที่ดีใจ ยิ่งกว่าการสอบได้ประโยค ๖ เสียอีก พร้อมกับเพื่อนๆที่ต่างก็ดีใจไม่แพ้กัน ใบหน้าของแต่ละรูปนั้น เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม

       วันนั้นจำได้ว่าทุกรูปจากกันด้วยรอยยิ้ม และถ่ายรูปกันไว้เป็นที่ระลึก มากหมาย ดีใจและปลื้มใจที่ได้ร่วมสุึขร่วมทุกข์สู้กันมาเกือบสามเดือน รางวัล ที่ได้รับกันวันนั้น เป็นใบประกาศนียบัตรพระธรรมทูตรูปละแผ่น พร้อมกับได้ ถ่ายรูปร่วมกันกับทางพระเถรานุเถระ คณะพระวิทยากร คณะจารย์มหาวิทยาลัย

     และที่จะลืมไม่ได้คือ ญาติโยมที่มาถวายมุทิตาจิตกับพระธรรมทูตด้วย ต่าง ก็ดีใจได้ถ่ายรูปร่วมกับพระธรรรมทูตกันเป็นจุดๆ เต็มไปทั่วทั้งบริเวณพุทธมณ ฑลเนืองแน่นไปหมด ทั้งดอกไม้ ทั้งกล้อง ได้ถูกถ่าย ถูกมอบให้กัน เป็นภาพ ที่น่าประทับใจมาก

     จากวันนั้นมาไม่กี่สิบวัน พระธรรมทูตก็ได้ทะยอยจากประเทศไทย รูปแล้ว รุปเล่า ภาพแห่งรอยยิ้มของผู้จาก และรอยยิ้มที่ปนเปื้อนของความเป็นห่วง ของผู้ที่มาส่งมีให้เห็น ภาพแล้วภาพเล่า

      บางรูปโชคดี มีเพื่อนมาส่งเยอะก็ชื่นใจ ดีใจ อุ่นใจ แต่บางรูปนั้น มีเพียง ญาติๆไม่กี่คน และบางรูปก็บินกันเป็นคณะ บางรูปก็บินรูปเดียว ซึ่งก็ทำอย่างไร ได้ เพราะทุกรูปถูกสอนว่า "พระธรรมทูตนั้นก็เปรียบเหมือนนกอินทรีย์" ที่ต้อง กล้าบิน กล้าหล่นจากรัง เพราะได้อบรมกันจนแข็งแกร่งแล้ว

    ผู้เขียนเอง จำได้่ว่า คำหนึ่งที่ได้ยินก่อนจากกัน ซึ่งเป็น คำสั่งสุดท้ายของ
พระธรรมทูตนั้น คือ "ไว้เจอกันที่ประเทศนอกนะ"
     
    แต่..อนิจจา..เมื่อทุกรูปมาถึงอเมริกากันแล้ว ต่างคนก็ต่างไม่ได้มองเห็นกัน อีกเลย ต่างคนต่างอยู่ เพราะ...ประเทศเขาใหญ่มาก ถึงตรงนี้แล้ว พระธรรมทูต ส่วนมากจะมีความรู้สึกที่หว้าเหว่ และเหมือนถูกปล่อยทิ้ง ถูกทอดทิ้ง

     บางรูปโชคดีหน่อย ได้ไปอยู่ในวัดที่ดี ที่อบอุ่น มีญาติโยมสนใจ อุปถัมภ์ บำรุง สะดวกสบาย เจ้าอาวาสดี ก็ยังพอชดเชยความรู้สึกที่เหงาไปได้บ้าง

     แต่..บางรูป ต้องไปอยู่วัดที่อัตคัด ไ่ม่สะดวกสบาย ยิ่งกว่าบ้านนอกในประ เทศไทยเราก็มี แถมบางทีก็เจอวัดที่เจ้าอาวาสเผด็จการอีก สุดที่จะเรียกร้อง ความช่วยเหลือจากใคร สุดที่จะย้ายไปไหนได้

      "นี่หรือ..อเมริกา".เป็นคำพูดที่สุดฮิต ของพระธรรมทูตส่วนใหญ่ที่ไปอยู่ ผู้ที่ไปเจอสภาพที่สุดบรรยาย เ่ช่น ไปเจอเจ้าอาวาสบ้าอำนาจ ไม่สนใจ ใช้อย่างเดียว เวลาทำไม่ถูกใจนิดหน่อยก็ด่า ตะคอก ขับไล่

      บางรูปหาที่นอนแทบจะไม่มี ต้องมานอนด้วยกันห้องละสองรูป จะโทรศัพท์ทีก็มีคนแอบฟัง ถูกกดขี่ บีบคั้นต่างๆ หลายๆกรณี บางวัดป่วยไม่ได้ ต้องโดนด่า หากว่าอู้งาน บางวัดบอกว่าห้ามป่วย หากป่วยต้องถูกส่งตัวกลับ เป็นต้น หลายๆรูปแบบ หลายๆปัญหาที่เพื่อนๆ ได้ส่งข่าวกัน

      ก็ได้แต่ปลอบขวัญให้กำลังใจกันไป บางรูปโชคดีหน่อย รู้จักเพื่อน รู้จักพระ ที่อยู่ต่างวัดต่างรัฐ ยังพอย้ายได้ แต่บางรูปน่างสาร ต้องหวานอม ขมกลืนอยู่กับสภาพที่ต้องฝืนทน

     อุดส่าห์ฝึกฝนกันมาอย่างดี ทั้งภาคก่อสร้าง ภาคกรรมฐาน และภาควิชาการ แต่สุดท้าย ส่งที่ได้อบรมส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ แต่..บางรูปก็ได้ใช้ เพราะไปเจอ วัดที่ดี ที่เขามีนโยบายที่ดี แต่บางวัด ไม่มีนโยบายรองรับตรงนี้เลย เมื่อเข้าไปอยู่แล้ว ก็จะถูกกฏเกณฑ์ของวัดกด บีบให้ตัวลีบ อยู่ในกรอบ ในกฏ ของวัดนั้นๆไปเลย วิชาการ แนวคิดสร้างสรร ไม่มีพื้นที่ให้นำออกมาใช้ได้เลย

     บางวัดเป็นเช่นนี้จริงๆ แต่บางวัดก็ดี ถึงจะเป็นวัดนอกๆ อยู่ชนบท แต่ก็ยังมี นโยบายให้พระธรรมทูตได้ทำงาน ตามสายอบรมมาได้อย่างดี ที่พูดมานั้น เป็นเพียงบางวัดเท่านั้น

      ถึงตรงนี้แล้ว เลยได้ข้อคิดว่า "พระธรรมทูต สายต่างประเทศส่วนหนึ่ง ที่ต้องทำการลาสิกขาออกไป สาเหตุก็คงเป็นเพราะว่ามาอยู่แล้ว ไปได้วัดที่ ่ไม่สัปปายะแก่เพศสมถะของตนก็ได้ เลยต้องสึกไป"

     แ้ต่ก็คงจะมีบางรูปเช่นกันที่ตั้งใจมาแต่เดิมแล้วว่า" มาเพื่อได้ใบเขียวแล้ว ก็จะสึก" และได้สึกออกไป คิดว่ามีเพียงแค่ ๒ สาเหตุที่ทำให้พระธรรมทูต ลาสึกขาไป
     หากจะถามว่า ผู้ที่ลาสิกขาไปนั้น สมควรหรือเปล่า? ก็ขอตอบว่า ประเทศไทยเรานั้ันไม่ปฏิเสธการสึกของพระ เมื่อมีบวชก็มีสึกได้ เป็นวัฒนธรรมของคนไทยไปแล้ว

      เรื่องสึกนั้น คิดว่าไม่ได้เป็นปัญหา ปัญหาคือ สึกในรูปแบบไหนเท่านั้น หาก สึกเพราะเอาเิงินวัดไปแบบนี้ เป็นปัญหาแ่น่ หรือทำผิดวินัยโดนจับสึกแบบนี้ เป็นปัญหาแน่ๆ ไม่ดีแน่ๆ แต่หากสึิกไปด้วยความโปร่งใส สึกตามประเพณี
อันนี้จะห้ามกันไม่ได้

      เพราะยังไงเสีย ผู้ที่สึกออกไปก็ยังเป็นกำลังพระศาสนาได้ เป็นฐาน ให้แก่เพื่อนๆได้ เป็นชาวพุทธที่ดีที่มีความรู้ ยิ่งอยู่อเมริกาแบบนี้ โอกาสที่จะได้ ช่วยกันประกาศความเป็นวัฒนธรรมพุทธ วัฒนธรรมไทยเรานั้น ก็ยังมีโอกาส ทำได้อยู่ และอาจจะทำได้ดีกว่าพระก็ได้

     หากการสึกขาลาเพศออกไปนั้น ไม่ได้สึกไปเพราะความน้อยเนื้อต่ำใจ หรือ ถูกกดขี่ขับไล่ ของเจ้าอาวาส หรือคนวัดแล้ว เชื่อแน่ว่า อดีตพระธรรมทูต ทุกท่านที่สึกออกไปนั้ัน ท่านก็ยังมีจิตสามัญสำนึกที่ดีต่อวัด หรือต่อพระศาสนา อยู่เสมอๆ และพร้อมที่จะช่วยวัด ช่วยศาสนา และช่วยคนไทยอยู่อย่างแน่นอน

     ที่พูดเช่นนี้ไม่ใ่ช่ว่าพูดเพื่อเป็นการเปิดทางให้เพื่อนๆ แก้ต่างให้เพื่อนๆ หรือ พูดเผื่อว่าผู้เขียนสักวันหนึ่งอาจจะสึกไป อย่างนั้นไม่ใช่ เพราะผู้เขียนเองนั้น มีความตั้งใจอันแน่วแน่ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้วว่า "จะไม่สึก" จะอยู่ไทย หรือจะอยู่นอก ก็จะไม่สึก นี่คือความตั้งใจ

       แต่ที่ต้องเขียนแบบนี้ก็เพื่อให้ชาวพุทธได้เข้าใจ ถึงปัญหาและหัวอก ความ จำเป็นของพระที่ทำไมต้องสึกไป และสึกไปแล้วสามารถเป็นคนดี เป็นกำลัง ของศาสนาได้หรือไม่ และความเป็นจริงก็เป็นเช่นนั้นด้วย เพราะมีหลายวัด ที่พอมีงาน ก็จะมีอดีตพระธรรมทูตมาช่วยวัด มาเป็นโฆษกให้วัด เอาอาหาร มาช่วยวัด หรือมาช่วยพระจัดสถานที่ จัดศาสนพิธีต่างๆ เป็นต้น

     ก็ขอสรุปว่า ปัจจุบันนี้ สถานภาพพระธรรมทูตไทยนั้น ก็ยังพอใช้ได้ ไม่ถือว่าเลวร้ายแต่ประการใด จะมีบ้างก็เพียงบางรูป บางวัดเท่านั้นที่ยังจะต้อง มีการปรับปรุงอีกเยอะ เช่น ต้องจัดให้มีการสอนธรรมะ เจริญจิตภาวนาบ้าง เท่านั้น เพื่อให้พระธรรมทูตท่านได้มีหน้าที่ มีงานทำ ตามสายที่ท่านได้อบรมมา

     เพื่อวันข้างหน้า เราจะไ้้ด้มีพระธรรมทูตที่ท่านอยู่ได้นานๆ อาจจะช่วยลดจำ นวนการสิกขาลาเพศของพระธรรมทูตได้บ้างก็ได้ หวังว่าอย่างนั้น

     ท้ายที่สุดนี้ ก็อยากฝากให้กำลังใจเพื่อนๆ พระธรรมทูตนะครับ ว่า หากท่านที่ปัญหาก็ค่อยๆแก้ไข ต้องอดทนให้มากๆ และไม่จำเป็นอย่าย้ายบ่อย เพราะหากย้ายบ่อยแล้ว จะมีปัญหาเรื่องการทำใบเขียว แต่..หากทนไปแล้ว เสียเวลา ไม่มีอะไรดีขึ้น มีแต่ทรงกับทรุด อันนี้ก็ไม่ว่ากัน

     และขอแสดงความยินดีกับเพื่อนๆบางรูปที่ได้เป็นเจ้าอาวาสแล้ว และบางรูป ก็ได้วัดดีที่สัปปายะ อันควรแก่สมณภาวะ ไม่สุดโต่งด้านใดด้านหนึ่ง แค่..นี้นะครับ สำหรับบทความเรื่อง"มองพระธรรมทูต"

      บทความนี้จะออกแนวพูดตรงไปตรงมาเกินไป หากส่วนไหนที่พูดไปแล้ว ทำให้ผู้อ่านไม่สบายใจ หรือสะเทือนใจ หรือทำให้ขุ่นข้องหมองใจ ก็ต้องขอ อภัยไว้เป็นอย่างยิ่ง ปัญหาที่เขียนมาทั้งหมดนั้น ขอชี้แจงว่า "เป็นเรื่องจริง" แต่..ไม่ใช่เกิดกับผู้เขียนทั้งหมด เป็นการเีขียนตามคำบอกเล่าของเพื่อนๆ ส่วนหนึ่งด้วย ส่วนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็แล้วแต่วิจารณญาณของผู้อ่านก็แล้วกัน




 

 

 


 

   
ปฐมนิเทศ ภาคนวกรรม ลาก่อนแคมป์สน
เดินทางสู่แคมป์สน ภาคจิตตภาวนา อาลัยแคมป์สน
คำปฏิญาณตน ภาควิชาการ ขอบคุณแคมป์สน
คณะวิทยากร พญาอินทรี รำรึกอาจารย์พร
ผู้อุปถัมภ์โครงการ อาหารการขบฉัน แคมป์สน
กุฏิอนุสรณ์ ห้องกลอน แด่เืพื่อน
โลโก้รุ่น ห้องโชว์ภาพสไลต์ กลอนแซว
คณะกรรมการรุ่น กลอนประจำรุ่น ชมวีดิโอในเว็บเรา
พุทธองค์ทรงสั่ง หนังสือรุ่น พระธรรมทูต คือ?
เส้นทางพระธรรมทูตรุ่น ๑๒ เดินทางถึงแคมป์สน รุ่งอรุณแห่งการรอคอย
ห้องธรรมะพระธรรมทูต เรียนอังกฤษในเว็บเรา  

กดผม ๆจะพากลับ

ดูทีวีไทยสดๆฟรี ดูทีวีไทยออนไลท์จากต่างประเทศ ดูวีดิโอสั้นๆจากต่างประเทศ ดูวีดิโอสั้นๆจากต่างประเทศ เรียนภาษาอังกฤษจากอเมริกา
ดูทีวีทั่วโลก ดูวีดิโอสั้นๆจากต่างประเทศ วิทยุมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หนังสือพิมพ์ไทยในอเมริกา


วัดไทยแองเจอลิส
วัดไทยวอชิงตัน
วัดวชริธรรมประทีป
วัดพุทธวราราม
วัดพุทาธาวาส
วัดพุทธานุสรณ์
วัดพระศรีรัตนาราม
วัดพรมคุณาราม
วัดพุทธธรรม
วัดพุทธมหามุนี
วัดพุทธออเรกอน
(ดูวัดทั้งหมดได้ที่นี่)
เว็บเสียง
ห้องพระ
เรียนอังกฤษ
เว็บหนังสือพิมพ์
ไทยรัฐ
ข่าวสด
เดลินิวส
พิเศษชมทีวีสดๆฟรี
 
พุทธองค์ทรงสั่ง
พระธรรมทูต คือ?
 

 

 


อัพโหลดเว็บ
  ผู้ดูแลเว็บไซต์: พระมหาทองสมุทร ธมฺมาทโร Email: tongsamutlee@gmail.com
ที่ปรึกษาเว็บไซต์:   พระปลัดวุฒิชัย กิตฺติเมธี
ผู้ช่วยตรวจทาน: พระมหาภูิริภัทร์ อคฺคธมฺโม